ความเป็นส่วนตัว หรือ นโยบาย? เพราะเหตุใด Novi กระเป๋าสตางค์ดิจิทัลของ Facebook จึงถูกต่อต้าน

กระเป๋าสตางค์ดิจิทัล Novi ของ Facebook ให้ผู้ใช้ส่งและรับเหรียญ Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐได้ แต่ไม่สามารถถือเหรียญไว้ได้

ตลาด Stablecoin กำลังเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากข้อดีและประโยชน์หลายประการของสกุลเงินบน Blockchain ที่เทียบเท่ากับสกุลเงินทั่วไป แต่เมื่อ Facebook ได้เปิดตัวกระเป๋าสตางค์ดิจิทัล Novi โดยใช้เหรียญ Stablecoin ของ Paxos วุฒิสมาชิกบางคนมีการต่อต้านอย่างรวดเร็ว หรือว่าพวกเข้ากังวลเกี่ยวกับข้อมูลผู้ใช้หรืออำนาจอธิปไตยทางการเงิน?

ตามรายงานประจำไตรมาส 2 ปี 2021 ยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียนี้ซึ่งมีผู้ใช้งาน 2.9 พันล้านคนต่อเดือนในทุกแพลตฟอร์ม ได้เลือกทำงานร่วมกับ Coinbase และ Paxos สำหรับโครงการกระเป๋าสตางค์ดิจิทัล Novi โดยเริ่มขั้นตอนการทดสอบในสหรัฐอเมริกาและกัวเตมาลาไปเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2021

โครงการนำร่องนี้ให้ผู้ใช้ในทั้งสองประเทศสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัลของ Novi บนอุปกรณ์ iPhone หรือ Android ของพวกเขา และเติมเงินในบัญชีด้วยบัตรเดบิต กระเป๋าสตางค์นี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถส่งและรับเงินโดยใช้ Pax Dollar (USDP) ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ที่หนุนด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ ออกโดยบริษัท Paxos

เงินทุนของผู้ใช้งาน Novi จะถูกควบคุมโดย Coinbase ซึ่งจัดการสินทรัพย์กว่า 180,000 ล้านดอลลาร์ โดยทางโฆษกของ Facebook บอกกับ Cointelegraph ว่า ในระยะนำร่องจะช่วยให้ทางบริษัทสามารถประเมินฟังก์ชันหลักของกระเป๋าสตางค์ได้และแสดงความสามารถในการปฏิบัติงานได้

นอกจากนี้ ทางโฆษกยังกล่าวอีกว่า บริษัทไม่ได้ละทิ้งการสนับสนุนเครือข่ายการชำระเงินของเครือข่าย Diem แต่เนื่องจากระบบยังไม่ได้รับอนุญาตและยังคงรอไฟเขียวจากทางวอชิงตันอยู่ โดยหลังจากที่ได้รับการอนุมัติด้านกฎระเบียบเรียบร้อยแล้ว Facebook วางแฟนที่จะเปิดตัว Novi พร้อมกับ Diem

การนำ Stablecoin มาสู่สาธารณชน

Novi กระเป๋าสตางค์ดิจิทัลของ Facebook และการใช้ Stablecoin ที่ถูกดูแลโดยหน่วยงานกลางนี้ อาจจะขัดกับหลักการ Decentralized และอำนาจอธิปไตยของวงการ Cryptocurrency แต่ก็สามารถช่วยย้ายเทคโนโลยี Blockchain ไปยัง back-end ซึ่งอาจทำให้ผู้คนหลายพันล้านคนใช้งานได้ทุกวัน โดยไม่ทันสังเกต

คุณ Justin Hartzman ซีอีโอของ CoinSmart บริษัทแลกเปลี่ยน Cryptocurrency ในโตรอนโตได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Cointelegraph ว่า เขาเชื่อว่าการเปิดตัว Novi เป็นก้าวสำคัญสู่การยอมรับในกระแสหลักอย่างแน่นอน จากฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ของ Facebook

คุณ Hartzman กล่าวเสริมอีกว่า ปัจจัยด้านลบของการเปิดตัวนี้คือ การที่ผู้ใช้งานจะไม่ได้ถือเหรียญของตัวเองโดยตรง แต่จะสามารถ “ติดตามยอดคงเหลือของ USDP ในขณะที่ถูก Coinbase ควบคุมอยู่”

คุณ Sergey Zhdanov ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการณ์ของ EXMO บริษัทแลกเปลี่ยน Cryptocurrency ในสหราชอาณาจักร สะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นของคุณ Hartzman บนข้อได้เปรียบที่เป็นไปได้ของโครงการ Novi โดยได้ชี้ให้เห็นว่า เหรียญ Stablecoin ในปัจจุบันคือจุดเชื่อมหลักระหว่างสกุลเงินแบบดั้งเดิมและสกุลเงินดิจิทัล และคุณ Zhanov ได้บอกกับ Cointelegraph ว่า

“ไม่จำเป็นต้องพูดถึงความจริงที่ว่า Stablecoin มักจะเป็นตัวเลือกเดียวที่เป็นไปได้สำหรับการรับและส่งเงินในประเทศที่ระบบการเงินยังไม่พัฒนา”

คุณ Zhdanov กล่าวว่า Stablecoin สามารถกลายเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการชำระเงินที่เร็วมากขึ้นและค่าธรรมเนียมถูกกว่า ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานชำระค่าสินค้าหรือเก็บเงินได้ง่ายขึ้น โดยสิ่งนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ Stablecoin ไม่ได้ถูกขัดขวางจากกฎระเบียบที่เข้มงวดมากเกินไป

หน่วยงานกำกับดูแลได้ปราบปรามสกุลเงินดิจิทัลดั้งเดิมของ Facebook ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเปิดตัวเหรียญที่ได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายสกุลเงินทั่วไป โดยโปรเจคจบลงด้วยการเปลี่ยนเส้นทางในช่วงหนึ่งปีหลังจากที่บริษัทประกาศอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งการ Rebrand จาก Libra มาเป็น Diem

ปัญหาด้านกฎระเบียบ

ไม่นานหลังจากที่ Facebook เปิดตัวโครงการนำร่องกระเป๋าสตางค์ Novi สมาชิกวุฒิสภา 5 คนเรียกร้องให้ปิดกระเป๋าสตางค์ Cryptocurrency นี้โดยทันที โดยในจดหมายที่ส่งถึงคุณ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Facebook ระบุเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวของบริษัท โดยพวกเขากำลังพูดถึง “การต่อต้านที่แข็งแกร่งที่สุดต่อความพยายามในการเปิดตัว Cryptocurrency และกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลของ Facebook”

จดหมายฉบับนี้มาจากสำนักงานของวุฒิสมาชิก คุณ Brian Schatz และได้รับการลงนามร่วมโดยวุฒิสมาชิก คุณ Tina Smith, คุณ Richard Blumenthal, คุณ Sherrod Brown ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการการธนาคาร และ คุณ Elizabeth Warren

Diem ได้บอกกับหน่วยงานกำกับว่า “Diem ไม่ใช่ Facebook และเป็นองค์กรอิสระ และ Novi ของ Facebook นั้นเป็นเพียงหนึ่งในสมาชิกของ Diem Association ซึ่งโครงการนำร่อง Novi กับทาง Paxos นั้นไม่เกี่ยวข้องกับ Diem”

คุณ Zhdanov คิดว่า Facebook อาจไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมรับคำขอนี้และยกเลิกการเชื่อมต่อกับกระเป๋าสตางค์ โดยเขากล่าวว่า หน่วยงานกำกับดูแลระดับโลกทำการปราบปราม Libra เพราะพวกเขาเห็นว่ามันเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจอธิปไตยทางการเงินของพวกเขา นอกจากนี้ยังเสริมว่า

“คงเป็นเรื่องแปลกที่จะจินตนาการว่าสหรัฐฯจะยอมเปลี่ยนเส้นทางกระแสเงินสดจำนวนมหาศาลไปยังบริษัทเอกชนที่มีผู้ชมจำนวนมากได้อย่างง่ายดาย”

ซีอีโอสรุปว่า เขาหวังว่าผู้เล่นในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะสามารถมีอิทธิพลต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และจะไม่ปล่อยให้ส่วนใหญ่ที่สุดของตลาด Cryptocurrency ตาย อ้างอิงจาก Stablecoin

สำหรับคุณ Hartzman ของ CoinSmart หน่วยงานกำกับดูแลได้กดดัน Facebook เนื่องจากอดีตของบริษัท ไม่ใช่เพราะความเกี่ยวข้องของภาคสกุลเงินดิจิทัลหรือ Stablecoin โดยสำหรับเขา แม้ว่า Facebook จะลดแรงกดดันและหยุดโครงการ Novi ก็อาจจะไม่มีผลกระทบต่อตลาดคริปโทในวงกว้าง

เปลี่ยนไปเป็น Metaverse

ในการพูดคุยกับ Cointelegraph คุณ Kay Khemani ซีอีโอของแพลตฟอร์มการซื้อขาย Spectre.ai ชี้ให้เห็นถึงบางสิ่งที่ใหญ่กว่าแผนของ Facebook ที่เปิดเผยในตอนแรก: การ Rebrand ของบริษัทนั้นไม่ได้มุ่งเน้นที่โซเชียลมีเดีย แต่เป็น Metaverse

Metaverse ถูกกำหนดอย่างหลวมๆ แต่มักจะถูกมองว่าเป็นดิจิทัลเสมือนจริงผสมผสานกับแง่มุมต่างๆของโซเชียลมีเดีย ผสมความเป็นจริง การเล่นเกมออนไลน์ และ Cryptocurrency เข้าด้วยกัน แหล่งข่าวใน Facebook อ้างว่า บริษัทพร้อมที่จะประกาศการ Rebrand เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญของ Metaverse

ตามที่ The Verge รายงาน การเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นเพื่อส่งสัญญาณว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการเป็นที่รู้จักในด้านอื่นนอกเหนือจากโซเชียลมีเดีย โดยคุณ Mark Zuckerberg กล่าวว่า Metaverse จะเป็น จุดสนใจที่ใหญ่ สำหรับ Facebook ในขณะที่เขาเชื่อว่า จะเป็นส่วนสำคัญของบทต่อไปในวิวัฒนาการอินเทอร์เน็ตหลังจากอินเทอร์เน็ตบนมือถือ

คุณ Khemani กล่าวว่า Facebook เป็นผู้ที่ริเริ่มที่จะเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigms) และสามารถเจาะตลาดได้ด้วยการเป็นเจ้าของ Oculus ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เสมือนจริงชั้นนำ และมีฐานผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุด

เมื่อสองสิ่งนี้รวมกันอาจทำให้ Facebook เป็นผู้เล่นหลักใน Metaverse ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯอาจผ่อนปรนมากขึ้นในเรื่องของการ ป้องกันกลุ่มบริษัทโซเชียลมีเดียจากการย้ายการดำเนินการนอกสหรัฐอเมริกา ซึ่ง คุณ Khemani กล่าวว่า “การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้เกิดการอพยพจากยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่จะเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯอย่างไม่ต้องสงสัย”

ดูเหมือนว่า Facebook ตั้งใจจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกระเป๋าสตางค์ดิจิทัล Novi และโครงการ Diem ที่มีเสถียรภาพ หากบริษัทไม่สามารถใช้เทคโนโลยี Blockchain ได้ บริษัทอาจจะเปิดตัวแอปพลิเคชันสกุลเงินดิจิทัลที่คนหลายพันล้านคนสามารถนำไปใช้

เนื่องจาก Facebook ทำงานร่วมกับ Coinbase และ Paxos อยู่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Novi จะสามารถเสนอให้ผู้ใช้งานเข้าถึง Cryptocurrencies อื่นๆ รวมไปถึง Bitcoin (BTC) ได้อย่างราบรื่นในอนาคต โดยผู้ใช้คริปโทรุ่นเก๋าอาจยังคงเลือกที่จะไม่ใช้งาน Novi เพราะยังต้องการควบคุม Private Keys ให้ปลอดภัย

Credit: Link 


Signal Later

บริการส่งสัญญาณซื้อขาย Cryptocurrency โดยนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์มาแล้วกว่า 6 ปี พร้อมทีมงานคุณภาพ และเทคโนโลยี AI ที่ทันสมัย ที่คิดค้นโดย Signal Later เพื่อทำให้คุณมั่นใจว่า จะได้รับสัญญาณที่รวดเร็ว แม่นยำ พร้อมทำกำไรและลดการขาดทุน ตลอด 24 ชั่วโมง

สนใจเลือกแพ็คเกจ

Leave a Reply

Your email address will not be published.