ตลาดคริปโทเคอเรนซี่นั้นปลอดภัยหรือไม่? บทความนี้มีคำตอบ

เทคโนโลยี Blockchain ที่อยู่ใต้การทำงานของ Cryptocurrency แสดงถึงการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในด้านความปลอดภัย แต่นักลงทุนคริปโทบางคนกลับพบว่า ตัวเองตกเป็นเหยื่อของการถูกแฮ็ก มูลค่าหลายล้านดอลลาร์ การฉ้อโกง และการโจมตีอื่นๆ

สิ่งที่จะอธิบายเรื่องความปลอดภัยและจุดอ่อนของสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมกับให้ข้อมูลสำหรับที่ปรึกษา โดยที่สามารถนำข้อมูลนี้ไปแนะนำให้กับลูกค้าที่อาจจะกำลังอยู่ในความเสี่ยงจาก Cryptocurrency

เราต้องเข้าใจว่า ในขณะทำธุรกรรมบน Blockchain นั้นมีความปลอดภัยมาก แต่สินทรัพย์คริปโทเองก็มีช่องโหว่ที่ไม่ต่างจากการลงทุนปกติหรือเทคโนโลยีการจัดการความมั่งคั่งทั่วไป โดยคุณ Sid Yenamandra ซีอีโอของ Entreda ผู้ให้บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับบริษัทจัดการความมั่งคั่ง กล่าวว่า

“Cryptocurrencies โดยเฉพาะเทคโนโลยี Blockchain ได้ผ่านเทคโนโลยีแบบกระจายอำนาจและความสามารถในการควบคุม มีการรักษาความปลอดภัยระดับหนึ่งอยู่แล้วในระบบของตัวมันเอง” คุณ Yenamandra กล่าว “แต่มันไม่ใช่ยาครอบจักรวาล ยังมีช่องโหว่อีกมากมายที่สามารถเกิดขึ้นได้ในปัจจุบัน แม้แต่ใน Blockchain เองก็ตาม การโจมตีที่เกิดขึ้น ที่เราเคยเห็นข่าวกันนั้นมีความแตกต่างกัน บางส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี บางส่วนอยู่ในขอบเขตระหว่างความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัว”

ทำไมธุรกรรมบน Blockchain ถึงปลอดภัย? คุณ Yenamandra กล่าวว่า การแตกธุรกรรมที่เกิดขึ้นออกเป็นบล็อคและกระจายบล็อคเหล่านี้เข้าสู่ระบบ โดยมีการอาศัยฉันทามติในการช่วยกันตรวจสอบและอนุมัติธุรกรรมแบบนี้ ตัว Blockchain เองนั้นถือว่ามีความปลอดภัยแล้วในเชิงเทคนิค – แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะครอบคลุมได้ทั้งหมด

ใครเป็นคนใช้โทเค็นเหล่านี้?

ในช่วงปีแรกๆที่ Bitcoin นั้นกำลังแพร่หลายในรูปแบบของการทำธุรกรรมที่ไม่ระบุตัวตนผ่านอินเทอร์เน็ต แม้กระทั่งการสนับสนุนธุรกิจที่ผิดกฎหมายผ่านสิ่งที่เรียกว่า “เว็บมืด (Dark web)” ของเว็บไซต์ที่ไม่สามารถค้นหาได้ นี่เป็นเหตุผลข้อหนึ่งที่ทำให้ที่ปรึกษาบางคน เช่น คุณ Scott Eichler ผู้ก่อตั้งและอาจารย์ใหญ่ของ Standing Oak Advisors, Newport Beach, California-based RIA ไม่ลงทุนและไม่สนใจในสิ่งนี้

นอกจากนี้ยังทำให้เกิดคำถามด้านกฎระเบียบและข้อบังคับอีกด้วย

“ถ้า Bitcoin หรือ Crypto ประเภทอื่น ๆ ถูกถ่ายโอนระหว่างคนที่ไม่ประสงค์ดีเพื่อการใช้งานที่ผิดกฏหมาย แล้ว Bitcoin จะได้รับอนุญาตให้ใช้ในการธุรกรรมเพื่อเหตุใด? นอกจากนี้ หากผมเห็นว่า เจ้าพ่อค้ายามี Bitcoin อยู่ และตอนนี้ผมก็มีเหมือนกัน ผมมีส่วนทำให้เกิดปัญหาหรือไม่? ผมต้องลบ Bitcoin นั้นหรือไม่? ผมควรขอคำปรึกษาเรื่องนั้นได้หรือไม่?” คุณ Eichler ได้ตั้งคำถามไว้

กฏระเบียบเปรียบเสมือนการคุ้มครอง

คุณ Katie Horvath หัวหน้าสำนักงานการตลาดของ Aunalytics ซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มข้อมูลและบริการการจัดการสำหรับธุรกิจ กล่าวว่า จุดอ่อนในตอนนี้คือกฎระเบียบยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาในการควบคุม Cryptocurrency

“การลงทุนใน Cryptocurrencies ยังมีความเสี่ยงเนื่องจากขาดกฎระเบียบข้อบังคับทั่วไป” คุณ Horvath กล่าว “ความเสี่ยงที่จะเกิดการฉ้อโกงนั้นมีอยู่แน่นอน เมื่อเราดูด้านความปลอดภัย วิธีการแบบเก่าคือการเข้าถึงการรักษาความปลอดภัยในขอบเขตที่รวมผู้คนและข้อมูลทั้งหมดไว้ในระบบเดียวพร้อมกับตั้งค่า Firewall แต่ทุกวันนี้วิธีการคือการเข้าถึงผู้ใช้และข้อมูลส่วนตัว และสามารถเข้าถึงระบบการจัดการสำหรับอุปกรณ์ เพราะตอนนี้ผู้คนทำงานจากทุกที่”

ตอนนี้ Aunalytics ได้ขุดข้อมูลธุรกรรมของธนาคารทุกคืนโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ และสามารถจดจำลูกค้าที่อาจมีความเสี่ยงต่อการฉ้อโกงผ่านสกุลเงินดิจิตอลโดยอาศัยข้อมูลประชากรของพวกเขาและการที่พวกเขามีครอบครอง Crypto ไว้  ซึ่งนี่จะสามารถช่วยให้ผู้จัดการความมั่งคั่งของธนาคารสามารถเข้าถึงและเสนอทางเลือกการลงทุนให้กับลูกค้าด้วยการควบคุมความเสี่ยงที่มากขึ้น

จุดอ่อนที่สุดคือผู้ใช้งาน

การที่ระบบ AI สามารถระบุนักลงทุน Crypto ที่อาจจะมีความเสี่ยงนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาที่ยอดเยี่ยม แต่อาจกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องมีสำหรับที่ปรึกษาทางการเงินทั่วทั้งอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับในการจัดการความมั่งคั่งใดๆ ลูกค้าปลายทางหรือนักลงทุน คือที่จุดอ่อนที่สุด คุณ Yenamandra ได้กล่าว

“ปัญหาบางอย่างที่เราเห็นในความเป็นจริงคือเรื่อง Private key หรือรหัสสำหรับธุรกรรม เนื่องจากคุณต้องใช้รหัสเหล่านี้ในการแลกเปลี่ยนสำหรับการทำธุรกรรม และสิ่งที่เกิดขึ้นคือบางครั้งรหัสเหล่านั้นถูกขโมย” คุณ Yenamandra กล่าว “โดยสิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ใน AIPAC กับ Bitfinex กระดานเทรดคริปโทที่ถูกขโมย Private key จำนวนมากในปี 2016 ซึ่งช่วยให้ผู้คนสามารถแยกแยะระหว่างคีย์กับผู้ใช้ และค้นหาวิธีการในการหารหัสลับนี้จนเจอ ซึ่งการสูญเสียรหัสนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญในโลกไซเบอร์ และเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่”

คุณ Yenamandra กล่าวว่า ช่องโหว่อีกประการหนึ่งอยู่ที่การพึ่งพาเทคโนโลยีและการทำธุรกรรมผ่าน Code ของโปรแกรม ไม่ว่าจะ Code ใดก็ตามก็สามารถถูกใช้ประโยชน์ในทางไม่ดีได้

แต่มีจุดอ่อนเชิงโครงสร้างสำหรับระบบที่ใช้งานเช่นกัน ธุรกรรม Cryptocurrency ขึ้นอยู่กับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งมักจะอยู่ห่างกัน การถ่ายโอนข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งบน Blockchain ยังต้องอาศัยผู้ใช้งานที่สามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องของผู้ใช้งานเหล่านั้นก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

“ด้วย Blockchain มีข้อมูลจำนวนมากที่ย้ายจากระบบสู่ระบบ ทำให้เครือข่ายมีช่องโหว่ หากแฮกเกอร์ทำการขัดขวางและโจมตีด้วย ddos (do denial of service) เข้าไปที่ระบบ” คุณ Yenamandra กล่าว “การรบกวนระบบเหล่านี้จะทำให้เกิดความท้าทายด้านประสิทธิภาพและลดความสามารถของ Blockchain ลง นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในเครือข่ายการกำหนดเส้นทางของธุรกรรมอีกด้วย”

ที่ปรึกษาสามารถทำอะไรได้บ้าง?

ที่ปรึกษาควรศึกษาหาความรู้ให้ตนเองและส่งต่อความรู้นั้นให้กับลูกค้าในแบบที่เข้าใจง่ายๆ

“ควรศึกษาเกี่ยวกับการทำ Phishing เนื่องจาก Blockchain นั้นคล้ายกับโมเดล Venmo โดยธุรกรรมทั้งหมดของคุณเป็นแบบสาธารณะ และทุกคนรู้ว่าคุณกำลังทำธุรกรรมอย่างไร” คุณ Yenamandra กล่าว “ผู้คนจะรู้ว่าคุณกำลังซื้อขาย Bitcoin, Ether หรือ DOGE เป็นจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งจะทำให้คุณมีความเสี่ยงในฐานะผู้ใช้ โดยสิ่งที่อ่อนแอที่สุดจากจุดยืนด้านความปลอดภัยคือผู้ใช้เสมอ พวกเขาอาจทำให้ตัวเองอยู่ในความเสี่ยงจากการโจมตี แต่จากมุมมองด้านกฎระเบียบ ภาระมักจะตกอยู่ที่ที่ปรึกษา ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นที่นี่เช่นกัน”

ในขณะที่ที่ปรึกษากำลังต้องการให้ลูกค้าเข้าสู่โลก Crypto ด้วยการทำบัญชีต่างหากหรือกองทุนส่วนตัว คุณ Horvath ให้เหตุผลว่า ลูกค้าจำนวนมากต้องการถือสินทรัพย์ของตนโดยตรง และที่ปรึกษาจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในจุดนี้ด้วย

“วิธีที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นคือ การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มที่สนใจคริปโท โทรหาลูกค้าพร้อมให้ความรู้ ช่วยทำให้พวกเขาตระหนักถึงความเสี่ยง และทำให้แน่ใจว่าลูกค้ารู้ว่าคุณใส่ใจ” เธอกล่าว “ผู้จัดการความมั่งคั่งส่วนใหญ่ต้องการพยายามเสนอการลงทุนประเภทอื่นที่อาจปลอดภัยกว่า แต่ไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่จะต้องตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่สนใจใน Crypto จริงๆ”

Credit: Link


Signal Later

บริการส่งสัญญาณซื้อขาย Cryptocurrency และอัพเดทข่าวสารต่างๆที่คุณไม่ควรพลาดตลอด 24 ชั่วโมง โดยนักวิเคราะห์ที่อยู่ในวงการมาแล้วกว่า 6 ปี พร้อมเทคโนโลยีระบบ AI ที่ทันสมัยในการคำนวณจุดซื้อขาย โดย Signal Later รองรับการเทรดในทุกเหรียญ และสรุปผลลัพธ์ส่งตรงถึงคุณในทุกสัปดาห์ เพื่อทำให้การเทรดไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณอีกต่อไป

สนใจเลือกแพ็คเกจ

Leave a Reply

Your email address will not be published.