มหาวิทยาลัยในเอเชียขึ้นเป็นผู้นำด้าน Blockchain จากการจัดอันดับของ CoinDesk

จากค่าเฉลี่ย มหาวิทยาลัยในยุโรปได้คะแนนอยู่ในอันดับที่สอง ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยของทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งการคิดคะแนนนี้ได้รวมสถาบันต่างๆที่มีการเปิดสอนด้วย

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำในด้าน Blockchain ของทาง Coindesk ที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ เป็นแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งการจัดอันดับนี้ครอบคลุมถึงหลักสูตรที่สอน, ผลงานการวิจัย, การให้ความสำคัญต่อ Blockchain ของมหาวิทยาลัย (เช่น ศูนย์การวิจัย และชมรมนักศึกษา), อัตราการจ้างงาน, ชื่อเสียงด้านวิชาการ, และ ค่าใช้จ่าย ทำให้สามารถคาดคะเนได้ว่า มหาวิทยาลัยหรือสถาบันไหนกำลังลงทุนกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

โดยจากข้อมูลที่ได้มาบ่งชี้ว่า โอเชียเนีย/ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา/แคนาดา, และยุโรป ได้ให้ความสนใจในด้านนี้มาก สิ่งที่เราค้นพบมีดังนี้

ค่าเฉลี่ยคะแนนในแต่ละภูมิภาค

มหาวิทยาลัยในทวีปเอเชียและออสเตรเลีย เป็นผู้นำในระดับภูมิภาคด้วยคะแนนเฉลี่ยที่ 63 คะแนน ในขณะที่มหาวิทยาลัยทางยุโรปตามมาเป็นอันดับสองด้วยคะแนนเฉลี่ยที่ 60 คะแนน ส่วนทางสหรัฐอเมริกาและแคนาดาได้คะแนนตามมาติดๆที่ 59 คะแนน

ค่าเฉลี่ยของค่าใช้จ่ายในแต่ละภูมิภาค

ทาง CoinDesk ได้รวบรวมข้อมูลค่าเล่าเรียน โดยคิดจากค่าใช้จ่ายเต็มจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 50 อันดับแรกในด้าน Blockchain ซึ่งในหมวดหมู่นี้มีกระจายของข้อมูลพอสมควร โดยมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและแคนาคามีค่าเล่าเรียนแพงที่สุด เฉลี่ยที่ 52,000 ดอลลาร์ต่อปีการศึกษา

ในขณะที่ฝั่งยุโรปมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 16,700 ดอลลาร์ต่อปีการศึกษา ซึ่งยังเป็นราคาที่พอรับไหว ในขณะที่มหาวิทยาลัยที่มีค่าใช้จ่ายถูกที่สุด คือมหาวิทยาลัยในเอเชียและออสเตรเลีย โดยค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 12,000 ดอลลาร์ต่อปีการศึกษา แต่ค่าใช้จ่ายที่กล่าวมานี้ ยังไม่รวมทุนการศึกษา ค่าเบ็ดเตล็ดต่างๆ และความช่วยเหลืออื่นๆจากรัฐบาล

ผลงานการวิจัยในแต่ละภูมิภาค

หนี่งในตัวชี้วัดคุณภาพงานวิจัยของมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนด้าน Blockchain คือ จำนวนของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain ซึ่งถูกตีพิมพ์โดยแต่ละมหาวิทยาลัยโดยหากแบ่งตามภูมิภาค เอเชียและออสเตรเลียนั้นเป็นอันดับหนึ่งในด้านงานวิจัย ซึ่งมีการตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับ Blockchain โดยเฉลี่ยกว่า 60 ผลงานต่อมหาวิทยาลัย ส่วนทางยุโรปมีการตีพิมพ์โดยเฉลี่ย 40 ผลงานต่อมหาวิทยาลัย ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งมีผลงานวิจัยตีพิมพ์เฉลี่ยที่ 27 ผลงานต่อมหาวิทยาลัย


Credit: Link

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *