ราคา Axie Infinity เกมออนไลน์สไตล์ Pokémon Go เพิ่มขึ้นเท่าตัวใน 4วัน

“Axie Infinity” เกมออนไลน์ที่เปิดตัวในปี 2018 และพัฒนาโดย Sky Mavis สตูดิโอเกมจากประเทศเวียดนาม ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ ซึ่งประชาชนบางคนเล่นเกมเพื่อหาเลี้ยงชีพ

ราคาโทเค็น AXS ของ Axie Infinity บนแพลตฟอร์ม NFT สูงขึ้นถึงสองเท่าในสี่วัน ส่งผลให้ราคาพุ่งไปแตะจุดสูงสุดตั้งแต่เปิดตัวมาที่ 155 ดอลลาร์ในวันจันทร์ที่ผ่านมา

Axie Infinity

แพลตฟอร์มนั้นเปิดให้ทำการ Staking ในวันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถล็อคเหรียญไว้และได้รางวัลเป็นเงินปันผล นอกจากนี้ Axie Infinity ยังแจก AXS 800,000 เหรียญ หรือประมาณ 60 ล้านดอลลาร์ตามราคาปัจจุบัน ให้กับผู้ใช้งานรุ่นแรกอีกด้วย

ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา AXS เพิ่งมีการซื้อขายที่ 140 ดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 12% และ Bitcoin โตขึ้น 0.53% มีการซื้อขายอยู่ที่ 49,237 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาของ ETH ปรับตัวลดลง 1.26% อยู่ที่ 3,430 ดอลลาร์

โมเดล Play-to-Earn

Axie Infinity มีลักษณะคล้ายกับเกม Pokémon Go ที่ผู้เล่นจะสามารถนำสัตว์เลี้ยงดิจิทัลที่ชื่อ Axies มาเลี้ยง ฝึก ผสมพันธุ์ และต่อสู้กันได้ อย่างไรก็ตาม เกมนี้ต่างจากเกมทั่วไปตรงที่ทุก Axie คือโทเค็น NFT หรือ Non-Fungible Token ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้และถูกจัดเก็บอยู่ใน Blockchain

ปัจจุบัน Axies มีมูลค่าอย่างน้อย 150 ดอลลาร์ สามารถซื้อและขายใน Marketplace และตลาดอื่นๆอย่าง OpenSea

ผู้เล่นอาจได้รับโทเค็น AXS และโทเค็น Small Love Potion (SLP) จากในเกมส์ ซึ่งโทเค็นทั้งสองนี้สามารถซื้อขายบนบางกระดานเทรด อย่างเช่น Uniswap จากข้อมูลของ CoinGecko ราคาของโทเค็น SLP นั้นเพิ่มขึ้นถึง 32% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งซื้อขายกันอยู่ 0.096 ดอลลาร์

คุณจะต้องมีอย่างน้อย 3 Axies เพื่อจะเริ่มต้นเล่นเกมส์ ซึ่งนี่อาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่ต้องการจะเล่นได้

ทำไมการ Staking ถึงมีความสำคัญ?

ใน Blockchain แบบ Proof-of-Stake (POS) นั้น ผู้ถือสกุลเงินดิจิทัลจะสามารถช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมและได้รับรางวัลเป็นเงินปันผล

จากข้อมูลบนหน้าเพจของ Axie Infinity ในปัจจุบัน การ Staking บนแพลตฟอร์มนั้น มี APR อยู่ที่ 187%

ระบบ POS นั้นอ้างว่าเป็นระบบที่ใช้พลังงานน้อยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า ซึ่งแตกต่างจากระบบ Proof-of-Work ที่ใช้ใน Bitcoin ที่ต้องใช้พลังงานในการคำนวณเพื่อตรวจสอบธุรกรรม ส่วน Ethereum นั้นอยู่ในระหว่างขั้นตอนการเปลี่ยนจาก Proof-of-Work ไปเป็น Proof-of-Stake

Credit: Link

Leave a Reply

Your email address will not be published.