รู้จัก Polkadot เหรียญทางเลือกมาแรงอันดับ 8

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ Polkadot ซึ่งเป็น Blockchain มาแรงติดอันดับหนึ่งในสิบอย่างรวดเร็วในปี 2020 โดยปัจจุบันได้ขึ้นมาเป็นเหรียญอันดับ 8 จากการจัดอันดับของ CoinMarketCap มีจุดประสงค์มาแก้ไขปัญหาสำคัญอย่างการเชื่อมต่อเครือข่าย Blockchain แต่ละเครือข่ายเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถในการรองรับจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งคนสำคัญของ Ethereum เลยทีเดียว 

Polkadot (DOT) คืออะไร?

Polkadot (DOT) คือ Blockchain ประเภทหนึ่งที่ตั้งใจจะขยาย Ecosystem ของตัวเองด้วยการพยายามสร้างแรงจูงใจให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้ามาใช้งานและสามารถสร้าง Blockchain ของตัวเองได้ ซึ่งเหมือนกับเป็น Operating System (OS)  ตัวหนึ่งที่สามารถรันโปรแกรมต่างๆ บนระบบได้

โดย Polkadot ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2016 โดยคุณ Gavin Wood ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งของ Ethereum ร่วมกับคุณ Peter Czaban และ Robert Habermeier  ซึ่งถือว่าเป็นระบบรุ่นใหม่ที่มีการประมวลผลและการทำงานที่ต่างจาก Blockchain ตัวอื่นๆ ด้วยการนำเสนอคุณสมบัติทางเทคนิคใหม่ๆจำนวนมาก 

และมีเหรียญประจำเครือข่าย Polkadot ที่ชื่อว่า DOT ซึ่งตัวเหรียญจะมีบทบาทสำคัญในการบำรุงรักษาและใช้งานกับเครือข่าย โดยผู้ใช้งานที่มีการครอบครอง DOT จะมีสิทธิในการลงคะแนนในการอัพเกรดเครือข่าย โดยจะใช้การโหวตเป็นสัดส่วนกับจำนวนเงินดิจิทัล DOT ที่พวกเขา Stake ไว้ 

การทำงานของ Polkadot

ในช่วงเริ่มต้น Polkadot ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งาน Blockchain อยู่ทั้งหมดสองประเภท แบบแรกคือ Blockchain หลักหรือที่เรียกว่า Relay Chain เป็นการทำธุรกรรมแบบถาวร และแบบที่สองคือ Blockchain ที่เอาไว้เก็บข้อมูลการทำธุรกรรมต่างๆรวมไปถึงรายละเอียดทางการเงิน โดยเป็น Blockchain ที่ใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนาหรือผู้ใช้ทั่วไปสามารถสร้างระบบของตัวเองขึ้นมา ซึ่งจะถูกเรียกว่า Parachain

  • Relay Chain เป็น Blockchain หลักของ Polkadot เป็นที่ที่เกิดการทำธุรกรรมจนเสร็จสิ้น โดยจะมีการแยก Node การทำธุรกรรมใหม่ออกจากการตรวจสอบธุรกรรม ซึ่งทำให้ได้ความเร็วที่มากขึ้น และสามารถประมวลผลได้มากกว่า 1,000 ธุรกรรมต่อวินาที
  • Parachains คือ Blockchain ที่ใช้ทรัพยากรของ Relay Chain ในการประมวลผล และเช็คความถูกต้องของธุรกรรม โดยในแต่ละ Parachain สามารถปรับแต่งสำหรับการใช้งานจำนวนเท่าใดก็ได้ และสามารถป้อนกลับเข้าสู่ Blockchain หลัก เพื่อให้ธุรกรรม Parachain ได้รับประโยชน์จากการรักษาความปลอดภัยแบบเดียวกันของเชนหลัก

Source: https://polkadot.network/

หากเปรียบเทียบ Relay Chain เป็นประเทศสหรัฐอเมริกา Parachains ก็คือรัฐย่อยๆในสหรัฐฯ ที่จะมีกฎระเบียบการปกครองของตนเอง ซึ่งด้วยการออกแบบนี้ ทีมงาน Polkadot ยืนยันว่า การทำธุรกรรมจะมีความปลอดภัย แม่นยำ และจะใช้เฉพาะทรัพยากรการคำนวณที่จำเป็นใน Blockchain หลัก หรือ Relay Chain เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาจะได้รับประโยชน์ในการปรับแต่ง Parachains ตามความต้องการได้

นอกจากนี้ ทีมงาน Polkadot ยังเชื่อว่าการออกแบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปกปิดข้อมูลส่วนตัว และประมวลผลของธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง Parachains จะไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้สู่สาธารณะและสามารถทำรองรับธุรกรรมได้มากขึ้นอีกด้วย

Polkadot ต่างจาก Blockchain ตัวอื่นอย่างไร?

Polkadot นั้นมีการทำงานและระบบพื้นฐานที่แตกต่างจาก Blockchain อื่นๆ เพราะ Blockchain ทั่วไปจะมีข้อจำกัดสำหรับ dApp ที่สามารถทำงานบน Blockchain นั้นๆ นอกจากนี้ระบบยังต้องมีการคอยดูแลด้านโครงสร้างและความปลอดภัยเพื่อรองรับปริมาณธุรกรรม หรือการไปเชื่อมโยงกับ Blockchain 

แต่ Polkadot นั้นไม่เหมือนกับ Blockchain อื่นๆ เพราะจะทำตัวเหมือนเป็นตัวเชื่อม Blockchain อื่นๆเข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายของ Polkadot เอง นอกจากนี้ Polkadot ยังได้รับขนานนามว่าเป็นอีกหนึ่ง Ethereum killer เนื่องจากพวกเขามีหนึ่งในผู้ก่อตั้งคนเดียวกันอย่างคุณ Gavin Wood จึงทำให้มีการคาดเดามากมายเกี่ยวกับ Blockchain นี้ อันที่จริงแล้ว Polkadot และการอัพเดท Ethereum ครั้งล่าสุดนั้นมีความคล้ายคลึงกันมาก ทั้งการออกแบบและการใช้งาน ซึ่งเครือข่ายทั้งสองดำเนินการด้วย Blockchain หลักที่ใช้สำหรับการทำธุรกรรม และอนุญาตให้ Blockchain ขนาดเล็กจำนวนมากมาใช้ประโยชน์บนทรัพยากรของพวกเขา โดย Ethereum ใช้ Smart Contract ทำให้นักพัฒนาสามารถพัฒนา dApp บน Ecosystem ได้และ DeFi ส่วนใหญ่ก็สร้างขึ้นบน Ethereum ในขณะที่ Polkadot อนุญาตให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันผ่าน Relay Chain

แม้ว่า Polkadot จะค่อนข้างใหม่กว่า แต่ก็ยังสามารถดึงดูดนักพัฒนาทั้งรายเล็กและรายใหญ่ได้ เป้าหมายของ Ethereum และ Polkadot นั้นอาจจะต่างกันตรงที่ Ethereum มุ่งเน้นไปที่การดำเนินการตาม Smart Contracts ในขณะที่เป้าหมายของ Polkadot นั้น ทำเพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถสร้าง Blockchain และรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน

ข้อดีของ Polkadot

  • ความสามารถในการเชื่อมต่อกับ Blockchain ตัวอื่น (Relay Chain)

การทำงานของ Relay Chain นั้นจะช่วยให้การเชื่อมต่อของ Blockchain ต่างๆนั้นราบรื่นมากขึ้น ซึ่งการที่มีตัวกลางที่เชื่อม Blockchain เข้าด้วยกันนั้น จะช่วยทำให้เกิดการขยายทาง Ecosystem ได้

  • การมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง (Substrate)

Framework ของทาง Polkadot ที่ชื่อว่า Substrate ทำหน้าที่เหมือนเป็นเครื่องมือในการสร้าง Parachains ต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดความยากในการขึ้นระบบไปได้ค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ยังช่วยให้การสร้างโปรโตคอลสำหรับการเชื่อมต่อเข้ากับ Relay Chain นั้นง่ายมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการสร้างโครงสร้าง Blockchain ขึ้นมาใหม่ และทำให้ผู้พัฒนาสามารถไปโฟกัสการเพิ่มประโยชน์และมูลค่าของระบบให้กับผู้ใช้งาน

  • ด้านความปลอดภัยและความเร็ว (Host Platform)

ในทุก Parachains ที่ถูกสร้างขึ้นบน Polkadot จะใช้ทรัพยากรจาก Relay Chain ในการประมวลซึ่งมีความปลอดภัย มีความเร็วสูง และประหยัดค่าธรรมเนียมอีกด้วย

  • การเชื่อมต่อเข้ากับ Blockchain ภายนอก (Bridges)

Polkadot นั้นมีความสามารถในการเชื่อมต่อกับ Blockchain ภายนอกได้ด้วย อาทิเช่น Ethereum หรือ Bitcoin โดยอยู่ในระดับ Parachain ทำให้สามารถทำธุรกรรมแบบ Cross-chain ได้ อนุญาตให้แลกเปลี่ยนโทเค็นข้ามเครือข่ายโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อผู้ใช้งาน

  • การอัพเกรดผ่าน Relay Chain

หลายๆครั้งที่การอัพเกรด Blockchain ในแต่ละครั้งอาจจะทำให้เกิด Hardfork หรือการแตก Blockchain ออกมา ซึ่ง Hardfork นั้นมีข้อเสียคือ ความยุ่งยากในการจัดวางระบบใหม่ในระดับ code รวมไปถึงความเสี่ยงที่โทเค็นจะเกิดความผันผวน

ความเสี่ยงของ Polkadot

แม้ว่า Polkadot จะมีหลายสิ่งที่ดูดีและดูเหมือนว่าจะไม่มีข้อเสียเลย ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก แต่อย่างที่ทุกคนทราบ ไม่มีการลงทุนไหนไม่มีความเสี่ยง

ความเสี่ยงของ Polkadot ที่สำคัญเลยคือ แม้ว่า Polkadot จะมีนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร และมีระบบ PoS หรือ Proof-of-Stake แต่ก็ยังมีการแข่งขันจากหลาย Blockchain ที่สามารถทำได้ในแบบเดียวกัน แต่อาจจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปในเรื่องของวิธีการทำงาน เช่น Polygon, Avalanche, และ Cosmos  

ด้วยระบบของ Relay Chain ที่มีความน่าสนใจนั้น ก็กลับเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน เพราะว่าถ้าหาก Blockchain ไหนจะเข้าไปเชื่อมกับ Relay Chain จะต้องผ่านการประมูล (Auction) เพื่อจอง Slot สำหรับการสร้าง Parachain ซึ่งจะต้องจ่ายค่าประมูลด้วยโทเค็น DOT และจะถูกเก็บไว้ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วม

นอกจากนี้ Polkadot ยังเจอกับการแฮคข้อมูลไปเมื่อปี 2017 ส่งผลให้ราคาของ DOT ตกลงมาอย่างหนัก และสูญเสียเงินไปกว่า 150 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ คุณ Gavin Wood ได้สร้างระบบเสมือนขึ้นมาสำหรับการทดสอบระบบก่อนนำขึ้นระบบจริงซึ่งมีชื่อเรียกว่า Kusama (KSM)

โดย Kusama คือระบบของทาง Polkadot ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงของ Relay Chain ซึ่งหน้าที่ของ Kusama จะเป็นเสมือนสนามทดสอบสำหรับไอเดียหรือนวัตกรรมใหม่ๆที่ทางทีมของ Polkadot คิดขึ้น โดยการทดสอบที่เกิดขึ้นใน Kusama นั้น จะไม่กระทบการทำงานของ Parachains เลย

มีโปรเจคอะไรที่อยู่บน Polkadot บ้าง?

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานที่น่าประทับใจของ Polkadot แล้ว แต่ละโครงการที่สร้างและมากับเครือข่ายก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยในปัจจุบัน Polkadot มีโปรเจคที่น่าสนใจอยู่ดังนี้

  • Karura Network (Acala) มุ่งเน้นไปที่การสร้างและขึ้นระบบ DeFi สำหรับผู้ใช้งาน โดยการทำเช่นนี้จะสร้าง Hub ของ DeFi ที่เปิดใช้งานการทำธุรกรรมข้าม Blockchain ได้
  • Moonriver (Moonbeam) คือ Parachains สำหรับ Smart Contracts ที่เชื่อมระหว่างโปรเจคที่เกิดขึ้นบน Ethereum กับ Polkadot โดยมุ่งเน้นที่การกำหนดค่า Smart Contracts ให้เร็วที่สุด หรือความจำเป็นในการใช้เครื่องมือการพัฒนาใหม่เพื่อโต้ตอบข้ามเครือข่าย
  • Khala (Phala) Network มุ่งเน้นไปที่การให้บริการ Cloud computing ที่ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัว โดยมีระบบพื้นฐานเป็น TEE-Blockchain Hybrid Architecture และทำให้ผู้ใช้มีความสมดุลระหว่างพลังการประมวลผล ความยืดหยุ่นบนคลาวด์ และการรักษาความปลอดภัยบน Blockcchain
  • Bifrost ถูกสร้างขึ้นเป็น Hub ของ DeFi โดยที่อนุญาตให้ผู้ใช้เข้าถึง DeFi ที่หลากหลาย ในขณะที่เสนอผลตอบแทนผ่านการ Stake และ Pool ต่างๆ
  • Shiden (Plasm) เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์ม Smart Contracts ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ dApp บน Kusama และ Polkadot ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความเร็วและความสามารถในการปรับขนาด โดยมุ่งเน้นที่บริการบน Layer-2 

มุมมองผู้เขียนต่อ Polkadot

แม้ว่าตัวโครงการ Polkadot จะดำเนินการมาหลายปีแล้ว แต่เนื่องจากเพิ่งมีการเปิดตัว และยังดูเป็นหนทางอีกยาวไกลในการไล่ตามคู่แข่ง Blockchain อื่นๆ แต่ในส่วนของ Ecosystem ของ Polkadot นั้น มีโปรเจคมากมายและน่าสนใจที่กำลังพัฒนาอยู่

โดยราคาของ DOT ในปัจจุบันอยู่ที่ 43.71 ดอลลาร์ โดยมี Market Cap อยู่ที่ 43,000 ล้านดอลลาร์ และมีจำนวนเหรียญอยู่ในระบบประมาณ 980 ล้านเหรียญ

ตอนนี้เริ่มมีข่าวเกี่ยวกับ Polkadot เพิ่มมากขึ้น ด้วยการประมูล Slot สำหรับ Parachains ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนและโครงการต่างๆเป็นอย่างมาก และเป็นที่น่าจับตามองว่า แพลตฟอร์มนี้จะเติบโตไปอย่างไร เมื่อโปรเจคต่างๆ ได้เข้า Mainnet และได้เปิดใช้ในช่วงหนึ่งถึงสองปีข้างหน้าต่อจากนี้ แต่ด้วยพื้นฐานด้านความปลอดภัยและความเร็วของ Polkadot นั้น น่าจะทำให้โปรเจคนี้เติบโตได้อีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

หากคุณสนใจที่จะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Polkadot (DOT) สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ Polkadot ได้เลย >> https://polkadot.network/ 


Signal Later

บริการส่งสัญญาณซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล เพื่อทำกำไร ลดการขาดทุน โดยนักวิเคราะห์ทางเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในวงการ Cryptocurrency มาแล้วกว่า 6 ปี พร้อมทีมงานคุณภาพ และเทคโนโลยีระบบ AI ที่ทันสมัย คิดค้นโดย Signal Later เพื่อทำให้คุณมั่นใจว่า จะได้รับสัญญาณที่รวดเร็ว แม่นยำ ตลอด 24 ชั่วโมง

สนใจเลือกแพ็คเกจ

Leave a Reply

Your email address will not be published.