สหรัฐอเมริกาต้องการวางระเบียบสำหรับ Stablecoins

มีสัญญาณบ่งชี้ว่า ผู้สร้าง Stablecoin กำลังถูกรวมเข้ากับภาคธนาคารมากขึ้น ซึ่งนี่อาจจะเป็นสัญญาณที่ดี

เมื่อไม่นานมานี้ มีการประกาศออกมาว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ได้เริ่มทำการตรวจสอบบริษัท Circle ที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของ USDC  ซึ่งเป็น Stablecoin ที่ได้รับความนิยม  คุณ Danny Nelson จาก CoinDesk ได้เปิดเผยว่า เอกสารการตรวจสอบบริษัท Circle กำลังเตรียมเปิดเผยสู่สาธารณชน แต่ไม่มีใครทราบขอบเขตของการตรวจสอบนี้ ว่าขอบเขตกว้างและลึกขนาดไหน ถึงแม้ว่าจะเริ่มตั้งแต่ฤดูร้อนปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม น่าแปลกที่ข่าวการตรวจสอบนี้ถูกพูดถึงอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่ USDC นั้นมีความเสี่ยงน้อยมาก

โดยคุณ J.P. Koning นักวิจารณ์ทางเศรษฐกิจและนักเขียนของ CoinDesk เขียนบนทวิตเตอร์ว่า จากเอกสารล่าสุดของบริษัทบัญชี Grant Thornton เปิดเผยว่า ทาง Circle ได้ขายหุ้นของตัวเองเกือบทั้งหมดยกเว้น “หุ้นกู้ของบริษัท, ตั๋วเงินระยะยาว (long-dated commercial paper), หนังสือรับรองเงินฝาก (Yankee Certificate of Deposit), และตั๋วเงินคลัง” และนี่คือส่วนหนึ่งของแผนการที่จะทำให้ USDC ได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากดอลลาร์สหรัฐ

หมายเรียกนี้ได้สอดคล้องกับทาง SEC ที่พยายามต่อต้าน Cryptocurrency โดยคุณ Gary Gensler ประธานของ SEC ระบุว่า “เขาเชื่อว่า Cryptocurrency ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การดูแลของเขา” ซึ่งเขาเรียกร้องให้บริษัท Crypto Exchange ต่างๆเข้ามาลงทะเบียนกับทาง SEC อีกทั้งยังได้เพิ่มข้อบังคับใช้และทำการสอบสวนธุรกิจ Cryptocurrency ทั้งหมด

กฎระเบียบเกี่ยวกับ Stablecoins ซึ่ง ณ ปัจจุบันเป็นตลาดที่มีมูลค่า 130 พันล้านดอลลาร์นั้น ยังไม่ชัดเจนมากนัก และยังมีบางจุดที่ขาดหายไป Stablecoins นั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเป็นตลาด Crypto ที่ปลอดภัย แต่ยังมีกลุ่มคนจำนวนมากที่ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับระบบของมันที่จะเข้ามามีบทบาทในเศรษฐกิจมากขึ้น คุณ Gensler ได้เปรียบเทียบ Stablecoin กับเหรียญคาสิโน ว่ามีความคล้ายคลึงกัน และมีความสามารถที่จะส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารปกติ หากไม่ได้นำ Stablecoin มาเข้าสู่ระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในการสร้างโทเค็นที่มีมูลค่าเท่ากับค่าเงินปกตินั้น ผู้ที่ออกโทเค็นจะรับเงินฝากด้วยวิธีการเดียวกับที่ธนาคารใช้ หรืออีกวิธีหนึ่งคือการออกบัตรที่สามารถแทนมูลค่าของเงินสดได้ แต่มุมมองของกรรมาธิการระดับสูงของทาง SEC กล่าวว่า “ผู้ออกเหรียญ Stable coin อาจจะดูเหมือนกองทุนตลาดเงิน” ขึ้นอยู่กับวิธีดำเนินการของพวกเขา ซึ่งเป็นมุมมองเดียวกันกับทาง คุณ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) หากเป็นอย่างนั้น Crypto กำลังสร้างอะไรขึ้นมา: สกุลเงินดิจิทัล, สินทรัพย์, หรือ สินค้าโภคภัณฑ์?

เหล่านักการเมืองรวมถึงวุฒิสมาชิก Cynthia Lummis (R-Wyo.) ผู้ลงทุนใน Crypto ได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบผู้ออก Stablecoin เป็นประจำ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่า จะมีการสร้างกฎระเบียบที่เหมือนกับธนาคารสำหรับภาคส่วนนี้ และตามที่ CoinDesk รายงานเมื่อวานนี้ สถาบันคุ้มครองเงินฝากสหรัฐ (Federal Deposit Insurance Corp. – FDIC) กำลังศึกษาว่าเหรียญ Stablecoin บางตัวอาจมีสิทธิ์ได้รับการประกันเงินฝากหรือไม่ ซึ่งประกันจะครอบคลุมการขาดทุนสูงสุดถึง 250,000 ดอลลาร์สำหรับผู้ถือโทเค็น หากมีบางอย่างผิดพลาด

ดูเหมือนว่าสัญญาณทั้งหมดนี้จะชี้ว่าผู้ออกเหรียญ Stablecoin จะถูกรวมเข้ากับภาคการธนาคารมากขึ้น หากไม่ได้กลายเป็นกึ่งธนาคารซะเอง นั่นเป็นข้อตกลงที่ผู้ออก Stablecoin น่าจะพอใจ

ปัจจุบัน Circle ได้รับการควบคุมในระดับรัฐในฐานะผู้รับส่งเงิน ซึ่งเป็นการออกใบอนุญาตแบบเดียวกันกับบริษัทชำระเงิน อย่าง PayPal และ Square แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการสมัครเป็นธนาคาร crypto แห่งชาติ โดยจะอยู่ภายใต้การนำส่งของธนาคารกลางสหรัฐ กรมธนารักษ์ของสหรัฐฯ สำนักงานบัญชีกลางของสกุลเงิน (OCC) และ FDIC โดย Paxos ผู้ออกเหรียญอีกหนึ่งรายก็กำลังพยายามที่เป็นเหมือนธนาคารมากขึ้น

คุณ Koning กล่าวอีกว่า “Stablecoins นั้นทำหน้าที่แตกต่างจาก PayPal ดังนั้นพวกเขาควรได้รับการควบคุมที่แตกต่างออกไป ทั้งสองอย่างสามารถใช้สำหรับการชำระเงินได้ แต่ Stablecoins ถูกคัดเลือกมาเพื่อเป็นหลักประกันหรือสร้างบล็อคสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวอื่นๆ ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับ PayPal” 

Stablecoins นั้นเป็นได้มากกว่าเงิน – เป็นเงินที่สามารถควบคุมด้วยโปรแกรมได้! ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างตัวโทเค็นและผู้ออกเหรียญ และเป็นเรื่องดีสำหรับ Circle ที่จะกลายเป็นธนาคาร เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯ ประกันเงินฝาก และเพื่อความโปร่งใสที่มากขึ้นทั่วทั้งกระดาน แต่กฎต้องยืดหยุ่นเพียงพอเพื่อไม่ให้ทำลายประโยชน์ของตัวโทเค็นเอง

คุณ Nathan DiCamillo จาก CoinDesk กล่าวเมื่อวานนี้ว่า “ความแตกต่างระหว่างเหรียญ Stablecoin กับเหรียญดิจิทัลอื่นๆ คือ ระบบ Blockchain โทเค็น เช่น USDC ทำงานบนเครือข่ายของ Ethereum ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว ใครก็ตามที่มีกระเป๋าสตางค์ (Wallet) และไม่ได้ถูกขี้นบัญชีดำ ก็สามารถรับเหรียญ Stablecoin และสามารถส่งไปยังกระเป๋าสตางค์อื่นๆ ได้” นั่นเป็นสิ่งสำคัญจากมุมมองของการรวมบริการทางการเงินและสำหรับโลกการเงินแบบ Decentralized finance (DeFi) ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ที่ซึ่ง Stablecoin มีบทบาทสำคัญในด้านสภาพคล่อง

ในแง่หนึ่ง กฎระเบียบของ Stablecoin แม้ว่าจะยังไม่มีได้ถูกกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ก็สามารถเป็นแนวทางให้กับวงการ Crypto ได้ เป็นเรื่องน่าประทับใจที่ได้เห็นหน่วยงานหลายส่วนช่วยกันรวมพลังในการกำหนดข้อบังคับเหล่านี้ และความพยายามให้ผู้ออกเหรียญในการเข้าสู่ระบบ แต่กลับเป็นที่น่ากังวลที่ Circle ได้รับหมายเรียก แม้ว่าจะมีพยายามอย่างมากในการรวมตัวเองเข้ากับระบบการเงิน

ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นไหนหลังจากการอภิปรายเกี่ยวกับหน่วยงานกำกับดูแล Crypto ผลลัพธ์ที่ออกมาจะช่วยทำให้สิ่งต่างๆในโลก Crypto ชัดเจนมากขึ้น โดยกฎระเบียบที่ออกมาควบคุมโทเค็นควรสะท้อนให้เห็นว่า จะไม่มีจุดแตกต่างระหว่างกฎหมายควบคุมหลักทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์, สกุลเงิน รวมไปถึง Stablecoin  แม้ว่า Circle จะกลายเป็นเหมือนธนาคารแบบที่เรารู้จักกันนั่นเอง

Credit: Link

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *