Bitcoin สินทรัพย์ที่ใครๆก็อยากมี

ไม่เพียงแต่ Bitcoin จะเป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นิยมมากที่สุดในบรรดาสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย ด้วยความผันผวนอย่างรุนแรงของ Bitcoin ทำให้ Bitcoin นั้นเป็นสิ่งที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก และอาจจะยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุน Cryptocurrency มือใหม่ หรือผู้ที่กำลังมองหาการลงทุนที่มั่นคง เรามาลองดูกันว่า Bitcoin คืออะไรและทำงานอย่างไรในบทความนี้กันค่ะ

Bitcoin คืออะไร?

Bitcoin หรือ BTC เป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกแบบ Decentralized บน Blockchain ที่คุณสามารถซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องมีคนกลางเหมือนธนาคาร ซึ่งคุณ Satoshi Nakamoto (นามแฝง) ผู้สร้าง Bitcoin ได้ให้คำนิยามไว้ว่า เป็นระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักฐานการเข้ารหัส (Cryptographic proof) แทนความไว้วางใจ โดยจุดประสงค์การสร้าง Bitcoin ขึ้นมา เพราะต้องการลดอำนาจของรัฐบาลและสร้างระบบการเงินที่เป็น Decentralized ไม่ถูกควบคุมด้วยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และได้เสนอค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำกว่ากลไกการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์แบบดั้งเดิม

ธุรกรรมของ Bitcoin แต่ละรายการที่เคยทำจะอยู่ในบัญชีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่มีตัวกลาง และทุกคนที่อยู่ในระบบสามารถเป็นพยานในการตรวจสอบทุกๆธุรกรรมที่เกิดขึ้น โดย Bitcoin นั้นไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือสถาบันการเงินใดใด และอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ไม่มีตัวตนเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์

คุณ Anton Mozgovoy ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Holyheld ผู้ให้บริการด้านการเงินดิจิทัลกล่าวว่า “เหตุผลง่ายๆที่ทำให้ Bitcoin คุ้มค่าเงิน เพียงเพราะเราเป็นผู้ตัดสินใจให้มันมีมูลค่าเทียบเท่ากับทองคำ” นับตั้งแต่มีการเปิดตัวสู่สาธารณะในเดือนมกราคม ปี 2009 Bitcoin มีมูลค่าเพิ่งสูงขึ้นอย่างมาก แม้ว่าครั้งหนึ่งนั้นจะเคยขายได้ต่ำกว่า 150 ดอลลาร์ แต่ในปัจจุบันนั้น Bitcoin สามารถขายได้มากเกินกว่า 54,000 ดอลลาร์ (6 ตุลาคม 2021) และเนื่องจากจำนวนเหรียญจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ทำให้หลายคนคาดว่าราคาของมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไปตามเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่เริ่มมองว่า Bitcoin เป็นทองคำดิจิทัล เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและอัตราเงินเฟ้อ

Bitcoin ทำงานอย่างไร?

Bitcoin นั้นสร้างขึ้นมาด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ และใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการบันทึกธุรกรรมต่างๆที่เกิดขึ้น Blockchain จะทำการเก็บข้อมูลเป็นส่วนๆแล้วนำมาร้อยต่อกันเหมือนห่วงโซ่ โดยใช้การเข้ารหัสทางคอมพิวเตอร์เพื่อความปลอดภัย โดยจะมีการบันทึกข้อมูลวันและเวลา มูลค่า ผู้ซื้อและผู้ขาย และรหัสทางคอมพิวเตอร์ที่ไม่ซ้ำกันสำหรับการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง

Blockchain เป็นแบบ Decentralized ซึ่งหมายความว่าไม่ได้ถูกควบคุมด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ไม่มีใครเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว แต่ทุกคนที่อยู่ในเครือข่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ แม้ว่าอาจจะดูเสี่ยงในความคิดหลายๆคน แต่แท้จริงแล้ว Bitcoin ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เพราะการเพิ่มบล็อคธุรกรรมใน Blockchain ของ Bitcoin นั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้ที่ถือ Bitcoin ทั้งหมด และรหัสเฉพาะที่ใช้ในการจดจำ Wallet ของผู้ใช้งานและการทำธุรกรรมจะต้องเป็นไปตามรูปแบบการเข้ารหัสที่ถูกต้อง ซึ่งการเข้ารหัสที่กล่าวถึงนี้ จะเป็นรหัสแบบยาวและใช้ตัวเลขสุ่ม ช่วยลดความเสี่ยงการฉ้อโกง และทำให้ยากต่อการปลอมแปลงมาก ยากยิ่งกว่าโอกาสถูกลอตเตอรี่ในประเทศไทยหลายเท่าตัวเลย

จุดแข็งและจุดอ่อนของ Bitcoin

จุดแข็งของ Bitcoin

  • ทรัพยากรของ Bitcoin มีจำกัด และมีการลดปริมาณที่จะสามารถขุดได้ลงทุกๆ 4ปี ทำให้มูลค่าในตลาดจะสูงขึ้น
  • เป็นเงินดิจิทัล ไม่มีตัวกลางและไม่มีใครสามารถควบคุมได้
  • ไม่จำเป็นต้องผ่านธนาคาร 
  • ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำ
  • ทุกการทำธุรกรรมจะถูกบันทึกในระบบ และสามารถตรวจสอบได้

จุดอ่อนของ Bitcoin

  • ราคาที่มีความผันผวนสูง และยากต่อการคาดเดาทิศทาง
  • ปัญหาความล่าช้าในการทำธุรกรรมของระบบ
  • สิ้นเปลืองพลังงานในการทำธุรกรรม โดยพบว่าเครือข่าย Bitcoin ใช้พลังงานเท่ากับพลังงานที่ถูกใช้ทั้งหมดในประเทศอาร์เจนตินาและนอร์เวย์
  • เพิ่มขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกิดจากเครื่องมือในการขุดเหรียญ Bitcoin ที่เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

อยากลงทุนใน Bitcoin ต้องทำอย่างไร?

วิธีการลงทุนใน Bitcoin สามารถทำได้หลักๆ 2 แบบ คือ

  • การขุด Bitcoin

การขุด Bitcoin เป็นกระบวนการการเพิ่มธุรกรรมใหม่ให้กับ Blockchain ของ Bitcoin เป็นงานที่ค่อนข้างยากและใช้พลังงานสูง โดยผู้ที่ต้องการจะขุดจะใช้วิธี Proof-of-Work (PoW) ปรับใช้คอมพิวเตอร์เพื่อแก้สมการทางคณิตศาสตร์โดยใข้พลังงานประมวลผลของคอมพิวเตอร์ และเพื่อดึงดูดนักขุดทั้งหลาย จะมีการมอบเหรียญเป็นรางวัลตอบแทนให้กับผู้ที่สามารถแก้ไขสมการได้ก่อน นี่เป็นวิธีการถือกำเนิดเหรียญใหม่และเพิ่มธุรกรรมเข้าไปใน Blockchain โดย Bitcoin นั้นจะมีเพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น มีการคาดการณ์ว่า Bitcoin ทั้งหมดจะหมุนเวียนอยู่ในระบบภายในปี 2041 ไม่มีการปล่อยเหรียญใหม่ และผู้ขุดอาจจะต้องพึ่งค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรมแทน

รหัสของ Bitcoin ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้การแก้สมการนั้นยากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงแรกความเป็นไปได้ในการขุดจะค่อนข้างเยอะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป จะต้องใช้ทรัพยากรพลังงานในการประมวลผลมากขึ้น ณ ปัจจุบัน ราคาของการขุด Bitcoin ค่อนข้างสูง ทั้งอุปกรณ์ที่ใช้และค่าไฟฟ้า โดยการขุดจะต้องใช้การ์ดจอระดับสูง ราคาแพง หรือใช้อุปกรณ์ที่ชื่อว่า ASIC ซึ่งราคาสูงขึ้นตามราคาของ Bitcoin และใช้พลังงานมหาศาล โดยสิ่งที่ต้องทำคือ ตั้งค่า เสียบปลั๊กไว้ และปล่อยให้เครื่องทำงานจนคืนทุน

  • การเทรด Bitcoin

อีกหนึ่งวิธีการลงทุนใน Bitcoin คือ การเทรด ซึ่งสามารถทำการซื้อขายได้ 24 ชั่วโมงบนกระดานเทรดทั่วไปทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น Binance, Bitkub, KuCoin, Coinbase, etc. โดยการสมัคร ยืนยันตัวตน และทำการโอนเงินเข้าไป ก็สามารถทำการซื้อขายได้เลยคล้ายกับตลาดหุ้นนั่นเอง ในส่วนของวิธีการเทรดนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ลงทุนว่า อยากจะซื้อเก็บยาวๆเพื่อเก็งกำไร รอขายทีเดียว หรือจะทำการซื้อขายระยะสั้น (Future) ก็ได้ 

นอกจากการขุดและการเทรดแล้ว ในบางกระดานเทรดมีผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบการ Saving ซึ่งเป็นการลงทุนที่จะได้รับดอกเบี้ยปันผลจากการนำสินทรัพย์ไปให้ผู้อื่นยืมเพื่อนำไปซื้อขายในตลาด และ การ Staking เป็นการนำเหรียญไปล็อคไว้ในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อรับผลตอบแทนโดยไม่ต้องเทรดด้วยตนเอง มากไปกว่านั้น ในปัจจุบันยังมีอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนสำหรับมือใหม่ อย่างการฝากให้มืออาชีพบริหารจัดการให้ หรือกองทุนที่ลงทุนใน Cryptocurrency และลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่มีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องกับ Ecosystem ของ Blockchain

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของ Bitcoin

เนื่องจากความผันผวนของนโยบายทางการเงินของรัฐบาลในแต่ละประเทศ นักลงทุนและนักลงทุนสถาบันพยายามที่จะหาวิธีในการรักษาทรัพย์สินของตนเองไว้ โดยไม่ถูกควบคุมโดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ซึ่ง Cryptocurrency เป็นคำตอบสำหรับพวกเขา ที่ผ่านมาจะได้เห็นบริษัทที่มีชื่อเสียงจำนวนมากทั่วโลกตัดสินใจที่จะลงทุนใน Bitcoin เพื่อเพิ่มมูลค่าและเป็นทุนสำรองแทนการถือครองสินทรัพย์แบบเก่าๆ โดยเฉพาะเจ้าพ่อเทคโนโลยีชื่อดังอย่าง Elon Musk แห่ง Tesla Motors ที่เข้ามาลงทุนและอนุญาตให้ใช้ Bitcoin ในการซื้อรถ ซึ่ง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีจำกัดคล้ายกับทอง มีแนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ และเป็นรากฐานของ Cryptocurrency ทั้งหลาย 

เมื่อมีความต้องการในการถือครอง Bitcoin มากขึ้น ในขณะที่มี Supply หรือเหรียญจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ รวมกับความเชื่อที่ว่า Bitcoin มีคุณสมบัติในการจัดเก็บมูลค่า (Store of value) เหมือนกับทองคำ จึงทำให้ราคาของ Bitcoin นั้นพุ่งสูงขึ้นเหมือนอย่างปัจจุบัน 

ราคาของ Bitcoin นั้นมีความผันผวนอย่างมาก สามารถขึ้นลงมากกว่า 30% ภายในหนึ่งวัน โดยมีสาเหตุมาจากภาวะความอ่อนไหวของนักลงทุนต่อข่าวสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับ Bitcoin นโยบายภาครัฐหรือกฎหมายบังคับต่างๆ นอกจากนี้ความต้องการ Bitcoin ในวงกว้างขึ้น และเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและซื้อขายได้ก็มีส่วนทำให้ราคาผันผวนได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ความผันผวนของ Bitcoin ยังส่งผลกระทบต่อราคาของเหรียญอื่นๆ (Altcoin) เพราะความที่ Bitcoin เป็นเหรียญแรก อยู่ในกระแสหลัก เป็นเครือข่ายที่มีความปลอดภัยมากที่สุด และเป็นสิ่งที่นักลงทุนเชื่อมั่นมากที่สุดในตลาด Cryptocurrency นักลงทุนจำนวนมากจึงเปรียบเทียบมูลค่าของ Altcoin กับ Bitcoin เมื่อความเชื่อมั่นและราคาของ Bitcoin ปรับตัวขึ้นลง จึงมีผลกระทบต่อราคาในตลาดทั้งหมด

ในความคิดเห็นของนักลงทุนส่วนใหญ่นั้น Bitcoin จะไปได้ไกล และเป็นตัวเลือกในการลงทุนที่ดี เพราะไม่ขึ้นอยู่กับองค์กรใด แต่เมื่อมีมุมบวกก็ย่อมมีมุมลบเช่นกัน บางคนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับ Bitcoin อยู่มาก และเชื่อว่า Bitcoin ไม่ปลอดภัย มีความเสี่ยง เช่น อาจจะการกลายเป็นช่องโหว่ในการโอนเงินอย่างผิดกฎหมาย เป็นต้น อีกทั้งยังไม่ได้อยู่ในสถานะที่สามารถซื้อขายแทนเงินสดได้อย่างแพร่หลาย เน้นการถือเพื่อเก็งกำไรมากกว่า แม้ว่านักเศรษฐศาสตร์จาก Yale University ได้แสดงความคิดเห็นว่า จากการศึกษา มีโอกาส 0.4% ที่ Bitcoin จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีมูลค่า แต่ฝั่งผู้สนับสนุน Bitcoin มีความเชื่อมั่นในคณิตศาสตร์ และความต้องการในตลาดของนักลงทุน นอกเสียจากเกิดสถานการณ์ที่ Bitcoin ถูกห้ามโดยรัฐบาลทั่วโลก ส่งผลให้กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หรือ Bitcoin ถูกแทนที่ด้วยสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เป็นผลทำให้มูลค่ามีโอกาสเป็นศูนย์

ถึงแม้ว่าการลงทุนใน Bitcoin จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจในปัจจุบัน แต่ในทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นควรทำการศึกษาให้ดี และเลือกวิธีการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง หากคุณสนใจที่จะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bitcoin สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ Bitcoin ได้เลย >> https://bitcoin.org/en/ 

Leave a Reply

Your email address will not be published.