BNB เหรียญรักของ Binance Exchange

หากคุณเป็นนักลงทุนใน Cryptocurrency คุณต้องรู้จักกระดานเทรด (Exchange) ชื่อดังอย่าง Binance อย่างแน่นอน เพราะ Binance ถือเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดอยู่ทั่วโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2017  อีกทั้งยังรองรับสกุลเงินมากมายรวมถึงเงินบาทด้วยเช่นกัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า Binance ก็มีเหรียญเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน โดยวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเหรียญ Binance Coin หรือ BNB ว่าคืออะไร ทำงานอย่างไร และจะลงทุนในเหรียญนี้ได้อย่างไรกันค่ะ

Binance Coin (BNB) คืออะไร

Binance Coin (BNB) เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นโดยคุณ Changpeng Zhao ผู้ประกอบการชาวจีน และเป็นซีอีโอของ Binance เหรียญถูกซื้อขายบนตลาด Cryptocurrency ในชื่อ BNB โดยได้เปิดตัวผ่าน Initial Coin Offering (ICO) ไปในช่วง 26 มิถุนายนถึง 3 กรกฎาคม 2017 ซึ่งนับเป็น 11 วันก่อนที่ Binance จะเปิดให้ทำการซื้อขาย โดยราคา ณ ตอนนั้น คือ 2,700 BNB ต่อ 1 ETH หรือ 20,000 BNB ต่อ 1 BTC โดยในเดือนแรกที่มีการทำการซื้อขาย BNB นั้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 5 ดอลลาร์เท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้พุ่งขึ้นสูง อยู่ที่ 461 ดอลลาร์โดยประมาณ (15 ตุลาคม 2021) ภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี

ถึงแม้ว่า BNB จะเปิดตัวผ่านการ ICO แต่ไม่ได้จ่ายเงินปันผลจากผลกำไรของ Binance และไม่ได้เป็นตัวแทนการลงทุนของ Binance แต่อย่างใด โดยเหรียญ BNB นั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการขยาย Ecosystem ของ Binance คล้ายกับ Cardano แต่แตกต่างกันตรงที่ BNB นั้นมีตัวกลางในการควบคุม ซึ่งก็คือ Binance นั่นเอง

ผู้ใช้ BNB จะได้ส่วนลดค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบน Binance Exchange เพื่อเป็นแรงดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาใช้งาน โดย BNB ยังสามารถเทรดเป็น Cryptocurrency อื่นๆ เช่น Bitcoin, Ethereum, Litecoin ได้อีกด้วย

ในช่วงแรกเหรียญนี้ทำงานอยู่บน ERC-20 ของ Ethereum Blockchain ซึ่งมี Supply รวมอยู่ที่ 200 ล้านเหรียญ มีการเสนอขาย BNB 100 ล้านเหรียญใน ICO แต่ Supply ทั้งหมดในปัจจุบันนั้นลดลงแล้วเนื่องจาก Binance จะทำการเผาเหรียญ (Burn) ที่อยู่ในคลังเป็นระยะ โดยในปัจจุบันนอกจากการทำงานบน ERC-20 ของ Ethereum แล้ว เหรียญ BNB นั้นได้ยังทำงานบน Blockchain ที่สร้างโดย Binance เองด้วย นั่นก็คือ BEP-2 บน Binance Chain ซึ่งเปิดตัวไปในปี 2019 และ BEP-20 ซึ่งทำงานบน Binance Smart Chain (BSC) ซึ่งเป็นเครือข่าย Blockchain ที่ทำงานควบคู่ไปกับ Binance Chain นั่นหมายความว่า คุณสามารถค้นหาเหรียญ BNB ได้ใน 3 รูปแบบที่แตกต่างกัน ได้แก่ BNB BEP-2, BNB BEP-20. และ BNB ERC-20

หลังจากสกุลเงินดิจิทัลต่างๆถูกพัฒนาขึ้น หน่วยงานที่กำกับดูแลก็เริ่มทำการตรวจสอบการใช้สกุลเงินดิจิทัลสำหรับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน และคดีทางอาญาต่างๆ เช่น การเรียกเงินค่าไถ่ โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำธุรกรรมโดยปกปิดตัวตนในการซื้อขาย ซึ่งการตรวจสอบและคำถามเหล่านี้ ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาสั่งห้ามใช้งาน Binance ในปี 2019 อย่างไรก็ตาม ในปีเดียวกัน Binance ได้ร่วมมือกับ BAM Trading เปิดตัว Binance.US ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้งานในรัฐส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาทำการซื้อขาย BNB และเหรียญอื่นๆ โดย Binance.US ยังไม่สามารถใช้งานได้ใน นิวยอร์ก ฮาวาย ไอดาโฮ คอนเนตทิคัต เท็กซัส ลุยเซียนา และเวอร์มอนต์

Binance Chain และ Binance Smart Chain คืออะไร?

Binance Chain (BC) และ Binance Smart Chain (BSC) เป็น Blockchain สองแบบที่แตกต่าง แต่มีการออกแบบให้ทำงานควบคู่กันไป

Binance Chain (BC) เป็น Blockchain ที่พัฒนาโดย Binance มีเป้าหมายที่จะจัดหาตลาดสำหรับการ Issue และการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลในลักษณะ Decentralized โดยเหรียญประจำแพลตฟอร์ม Binance Chain คือ เหรียญ BNB ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำการเทรดแบบ Decentralized 

มากไปกว่านั้น ยังอนุญาตให้ทำการสำรวจและค้นหา Blockchain ของ Binance สำหรับการทำธุรกรรม โทเค็น ที่อยู่ และกิจกรรมอื่นๆบน Binance Chain เช่น การออกโทเค็นใหม่บน BEP-2 ซึ่ง Binance Chain ใช้โปรโตคอลที่ชื่อว่า Delegated Proof of Stake (DPoS)

โดยมี Binance DEX หรือ Binance’s decentralized exchange เป็น dApp แรกที่ทำงานบน Blockchain นี้ ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ทำการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ Crypto กันโดยตรง และมีการเก็บค่าธรรมเนียมที่ถูกลง แต่ Blockchain นี้ไม่ได้รองรับ EVM (Ethereum Virtual Machine) จึงไม่อนุญาตให้นักพัฒนาคนอื่นสร้าง dApp ของตนเองบน Binance Chain โดยใช้ Smart Contract และด้วยเหตุนี้ จึงมีการพัฒนา Binance Smart Chain ออกมา

Binance Smart Chain (BSC) เป็น Blockchain อิสระที่ทำงานควบคู่ไปกับ Binance Chain ซึ่งสามารถรองรับ EVM และสามารถทำการสื่อสารแบบ Cross-chain กับ Binance Chain ได้ โดย BSC ได้รับการอนุญาตให้พัฒนาและใช้งานแอปพลิเคชันที่สร้างจาก Ethereum Blockchain นอกจากนี้ยังสามารถรองรับเครื่องมือ Ethereum ที่มีอยู่ทั้งหมด และที่สำคัญคือ มีความรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า

เป็นแพลตฟอร์มนี้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดย Binance Smart Chain มีสถาปัตยกรรมแบบ Dual Chain ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากในตลาดสกุลเงินดิจิทัลในปัจจุบัน อนุญาตให้ผู้ใช้งานสร้าง dApp และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆบน Blockchain เดียว และใช้ประโยชน์จากความรวดเร็วเพื่อเทรดบน Binance Chain โดย dApp ชื่อดังที่อยู่บน Binance Smart Chain ได้แก่ PancakeSwap, MOBOX: NFT Farmer, CryptoMines, CryptoBay, ApeSwap, BinaryX, Pancake Bunny และอื่นๆ

โดย Binance Smart Chain ใช้โปรโตคอลแบบ Proof-of-Stake Authority (PoSA) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง Proof-of-Authority และ Proof-of-Stake ซึ่งทำให้การสื่อสารทุกอย่างบนแพลตฟอร์มนี้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูง โดย Binance Smart Chain มีเหรียญ BNB เป็นเหรียญประจำแพลตฟอร์ม เช่นเดียวกับ Binance Chain

นอกจากนี้ Binance Smart Chain ยังรองรับการทำงานของ DeFi Wallet ชื่อดังอย่าง Metamask ซึ่งทำให้ผู้ใช้งาน Ethereum สามารถปรับตัวเข้ากับแพลตฟอร์มนี้ได้ไม่ยาก ซึ่งปริมาณการทำธุรกรรมบน Binance Smart Chain นั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็น Blockchain ที่โตกว่า 300% ในระยะเวลาน้อยกว่า 1 ปี

การเผาเหรียญ (Burn) ของ BNB

เหรียญ BNB มีอยู่จำกัดที่ 200 ล้านเหรียญ และตอนนี้มีเหรียญหมุนเวียนในระบบอยู่ที่ประมาณ 168 ล้านเหรียญ ซึ่งนักลงทุนไม่ต้องกลัวว่า ด้วยจำนวนที่เยอะขนาดนี้ จะทำให้เหรียญ BNB นั้นเป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่ เพราะในทุกไตรมาสทาง Binance จะใช้หนึ่งในห้าของกำไรเพื่อซื้อเหรียญคืน และใช้การเผาเหรียญที่เก็บไว้ในคลังอย่างถาวร การเผาเหรียญนั้นเป็นกลยุทธ์ที่ Binance ทำเพื่อรักษามูลค่าของเหรียญ คล้ายกับ Bitcoin Having ในทุกๆ 4 ปีของ Bitcoin

โดย Binance ได้ทำการเผาเหรียญนี้เป็นประจำ ล่าสุดได้มีการทำลายเหรียญจำนวน 1.3 ล้านโทเค็น มูลค่าประมาณ 393 ล้านดอลลาร์ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นครั้งที่ 16 ตั้งแต่เปิดตัวเหรียญมา

การใช้งานเหรียญ BNB

เหรียญ BNB นั้นสามารถใช้ในการจ่ายค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบน Binance Exchange แถมยังได้รับส่วนลดอีกด้วย และอย่างที่กล่าวไปข้างต้น Binance ถือเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดอยู่ทั่วโลก ดังนั้นผู้ใช้งานของ Binance จะต้องมีความต้องการถือครองเหรียญนี้อย่างแน่นอน มากไปกว่านั้น BNB ยังสามารถใช้ซื้อขายกับผู้ประกอบการบางราย ชำระค่าบัตรเครดิตสำหรับบางบริษัท จองที่พักและตั๋วเครื่องบิน หรือใช้ในการลงทุนต่างๆได้ด้วย

จุดแข็งและจุดอ่อนของ BNB

Binance Coin นั้นเป็นหนึ่งในเหรียญที่เอาไว้ใช้เพื่อแลกกับบริการ  หรือประโยชน์อื่นๆ (Utility Token) ที่ดีที่สุดและเป็นที่นิยมทั่วโลก เพราะนอกจากมีมูลค่าในการซื้อขาย Cryptocurrency แล้วยังสามารถนำไปใช้ได้หลายอย่างทั้งใน Binance Exchange เองหรือภายนอกกระดานเทรดก็ตาม อีกทั้งยังช่วยให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมทางธุรกรรมใน Binance ซึ่งเป็นกระดานเทรดที่ทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วและค่าธรรมเนียมต่ำ มากไปกว่านั้น ด้วยนโยบายการเผาเหรียญที่ไม่เหมือนกับเหรียญอื่น ทำให้มั่นใจได้ว่า Binance Coin จะยังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างแน่นอน โดยพนักงานของ Binance มากกว่า 90% เลือกที่รับเหรียญ BNB เป็นเงินเดือน เพื่อสามารถนำไปเก็งกำไรได้ในอนาคต

แต่เนื่องจากเหรียญ BNB นั้นจะขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของ Binance Exchange ค่อนข้างจะเป็นการยากที่เหรียญนี้จะสามารถก้าวไปได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีผลกระทบจากข่าวหรือชื่อเสียงของ Binance และในปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่า Binance มีแผนจะดำเนินการอย่างไรกับ BNB ในอนาคต และจะยังคงรักษาประสิทธิภาพที่ดีไว้ได้หรือไม่ โดยอาจจะตันอยู่ที่การเป็นแค่ Utility Token อีกทั้งกฎระเบียบการควบคุม Cryptocurrency ต่างๆที่เริ่มเกิดขึ้นในโลก รวมถึงประเทศจีน อาจส่งผลกระทบกับ BNB ได้ในระยะยาว

การลงทุนใน BNB

ในปัจจุบัน (15 ตุลาคม 2021) BNB มี Market Cap อยู่ที่ประมาณ 77,788,929,017 ดอลลาร์ และมีปริมาณการเทรดใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ประมาณ 2,645,580,240 ดอลลาร์ และปัจจุบัน BNB เป็นเหรียญอันดับที่ 3 จากข้อมูลของ CoinMarketCap

หากคุณสนใจที่จะลงทุนใน BNB คุณสามารถทำการซื้อขายได้ 24 ชั่วโมงบน Binance และกระดานเทรดทั่วไป โดยการสมัคร ยืนยันตัวตน และทำการโอนเงินเข้าไป ก็สามารถทำการซื้อขายได้เลย และในส่วนของวิธีการเทรดนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ลงทุนว่า อยากจะซื้อเก็บยาวๆเพื่อเก็งกำไร รอขายทีเดียว หรือจะทำการซื้อขายระยะสั้น (Future) ก็ได้ เช่นเดียวกับ Bitcoin Ethereum และเหรียญอื่นๆ อีกหนึ่งวิธีลงทุนใน BNB คือ DeFi หรือ Decentralized Finance โดยการฝากเงินหรือล็อกเงินดิจิทัลไว้กับระบบ เรียกว่า Staking และ Yield farming เพื่อรับดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม จากการให้คนอื่นกู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล 

เนื่องจาก Binance เป็นกระดานเทรดชื่อดัง เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้หลายบริษัทไม่สามารถสู้ได้ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับเหรียญ BNB ของพวกเขามาก แต่ก็ยังมีเรื่องกฎระเบียบข้อบังคับและอื่นๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อทั้ง Binance และตัวเหรียญ BNB พอสมควร ดังนั้นควรติดตามข่าวสาร ศึกษา และเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด หากคุณสนใจที่จะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Binance Coin  สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ Binance ได้เลย >> https://www.binance.com/en/buy-BNB 


Signal Later

บริการส่งสัญญาณซื้อขายเหรียญดิจิทัลที่แม่นยำ และอัพเดทข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจในวงการ Cryptocurrency โดยนักวิเคราะห์ผู้มีประสบการณ์มากว่า 6 ปี และเทคโนโลยี AI ในการคำนวณจุดซื้อขายที่คิดค้นโดย Signal Later เพื่อทำให้คุณมั่นใจว่าจะไม่พลาดตำแหน่งที่ควรจะเข้า และจุดที่ควรจะขาย รวมไปถึงจุด Stop Loss ตลอด 24 ชั่วโมง

สนใจเลือกแพ็คเกจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *